ReadyPlanet.com
dot dot
dot
ข้อมูลทั่วไป
dot
bulletข้อมูลพื้นฐาน
bulletสภาพทางสังคม
bulletสภาพทางเศรษฐกิจ
bulletการคมนาคม
bulletการบริการขั้นพื้นฐาน
bulletสาธารณูปโภค
bulletสถานที่ท่องเที่ยว
bulletวิสัยทัศน์
bulletยุทธศาสตร์
bulletอำนาจหน้าที่ของ อบต.
dot
คณะผู้บริหาร สมาชิก และ พนักงาน
dot
bulletคณะผู้บริหาร
bulletสมาชิกสภา
bulletหัวหน้าส่วนราชการ
bullet---สำนักปลัด
bullet---ส่วนการคลัง
bullet---ส่วนโยธา
dot
ส่วนงานบริการ
dot
bulletสำนักปลัด
bulletส่วนการคลัง
bulletส่วนโยธา
bulletส่วนสาธารณสุข
dot
ระเบียบ / แผนงาน
dot
bulletพรบ. / พรก.
bulletระเบียบกระทรวงมหาดไทย
bulletติดตามและประเมินผลแผนพัฒนา
bulletแผนการดำเนินงาน
bulletแผนยุทธศาสตร์
bulletแผนพัฒนาสามปี
bulletควบคุมภายใน
bulletข้อบัญญัติงบประมาณ
bulletรายรับ-รายจ่าย
bulletรายงานการประชุม
dot
Newsletter

dot
dot
กองทุน อบต.วัดยม
dot


สสส.


ความรู้เรื่องอัคคีภัย article

รู้ไว้ช่วยชีวิตคุณได้"ความรู้เกี่ยวกับอัคคีภัย"


ไฟเป็นพลังงานชนิดหนึ่งซึ่งก่อให้เกิดประโยชน์ต่อมนุษย์อย่างมหาศาล เพราะไฟเป็นต้นกำเนิดของพลังงานต่างๆ ที่มนุษย์นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน แต่ ไฟ” อาจก่อให้เกิดภัยอย่างมหันต์ได้ หากขาดความรู้หรือขาดความระมัดระวังในการใช้และการควบคุม ดูแลแหล่งกำเนิดไฟ ประชาชนทั่วไปควรรู้ภยันตรายจากไฟไหม้ เพื่อจะได้มีแผนการควบคุมการใช้ไฟ การใช้ความร้อนอย่างมีประสิทธิภาพ ปลอดภัย พร้อมทั้งเรียนรู้วิธีการป้องกันและระงับอัคคีภัยเพื่อลดภยันตรายที่จะเกิดขึ้นสิ่งที่ควรรู้ได้แก่   ภยันตรายจากไฟไหม้, การป้องกันและระงับอัคคีภัย, วิธีใช้เครื่องดับเพลิง, ขั้นตอนทั้ง 4 เมื่อมีไฟไหม้,หลัก 5 ต้องป้องกันไฟ, บัญญัติ 10 ประการในอาคารสูง, และความรู้เบื้องต้นเพื่อพ้นอัคคีภัย   และใช้แก๊สปลอดภัย 10 วิธีโดยมีรายละเอียดดังนี้


1).ภยันตรายจากไฟไหม้


1.1 ไฟไหม้จะมีความมืดปกคลุม ไม่สามารถมองเห็นอะไรได้  ความมืดนั้นอาจเนื่องจากอยู่ภายในอาคารแล้วกระแสไฟฟ้า
ถูกตัด หมอกควันหนาแน่น หรือเป็นเวลากลางคืน

วิธีแก้ไข
ติดตั้งอุปกรณ์ไฟส่องสว่างฉุกเฉิน ( Emergency Light )  ซึ่งทำงานได้ด้วยแบตเตอรี่ทันที ที่กระแสไฟฟ้าถูกตัดติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรอง เมื่อกระ แสไฟฟ้าถูกตัดเตรียมไฟฉายที่มีกำลังส่องสว่างสูง ไว้ให้มีจำนวนเพียงพอในจุดที่สามารถนำมาใช้ได้สะดวกฝึกซ้อมหนีไฟเมื่อไม่มีแสงสว่าง ด้วยตนเองทั้งที่บ้าน  ที่ทำงาน ในโรงแรม  หรือ แม้แต่ในโรงพยาบาล โดยอาจใช้วิธีหลับตาเดิน ( ครั้งแรกๆ ควรให้เพื่อนจูงไป ) และควรจินตนาการด้วยว่าขณะนี้กำลังเกิดเหตุเพลิง ไหม้


1.2 ไฟไหม้จะมีแก๊สพิษและควันไฟ
ผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บในเหตุเพลิงไหม้ประมาณ ร้อยละ 90  เป็นผลจากควันไฟ  ซึ่งมีทั้งก๊าซพิษ และทำให้ขาดออกซิเจน

วิธีแก้ไข
จัดเตรียม หน้ากากหนีไฟฉุกเฉิน (Emergency smoke mask)ใช้ถุงพลาสติกใส ขนาดใหญ่ตักอากาศแล้วคลุมศีรษะหนีฝ่าควัน (ห้ามฝ่าไฟ)คืบ คลานต่ำ อากาศที่พอหายใจได้ยังมีอยู่ใกล้พื้น สูงไม่เกิน 1 ฟุต แต่ไม่สามารถทำได้เมื่ออยู่ในชั้นที่สูงกว่าแหล่งกำเนิดควัน


1.3 ไฟไหม้จะมีความร้อนสูงมาก
หากหายใจเอาอากาศที่มีความร้อน 150 องศาเซลเซียสเข้าไป  ท่านจะเสียชีวิตทันที ในขณะที่เมื่อเกิดเพลิงไหม้แล้วประมาณ 4 นาทีอุณหภูมิจะสูงขึ้นกว่า 400 องศาเซลเซียส

วิธีแก้ไข
ถ้าทราบตำแหน่งต้นเพลิงและสามารถระงับเพลิงได้ ควรระงับเหตุเพลิงไหม้ ด้วยความรวดเร็ว ไม่ควรเกิน  4 นาทีหลังจากเกิดเปลวไฟควรหนีจากจุดเกิดเหตุให้เร็วที่สุด ไปยังจุด รวมพล (Assembly area)


1.4 ไฟไหม้ลุกลามรวดเร็วมาก
เมื่อเกิดเปลวไฟขึ้นมาแล้ว ท่านจะมีเวลาเหลือในการเอาชีวิตรอดน้อยมากระยะการเกิดไฟไหม้ 3 ระยะ ดังนี้

1.4.1  ไฟไหม้ขั้นต้น คือ ตั้งแต่เห็นเปลวไฟ จนถึง 4 นาที สามารถดับได้ โดยใช้เครื่องดับเพลิงเบื้องต้น  แต่ผู้ใช้จะต้อง
เคยฝึกอบรมการใช้เครื่องดับเพลิงมาก่อน จึงจะมีโอกาสระงับได้อย่างมีประสิทธิภาพ

1.4.2  ไฟไหม้ขั้นปานกลาง ถึงรุนแรง คือ ระยะเวลาไฟไหม้ไปแล้ว 4 นาที ถึง 8 นาที อุณหภูมิจะสูงมากเกินกว่า 400
องศาเซลเซียส  หากจะใช้เครื่องดับเพลิง เบื้องต้น ต้องมีความชำนาญ และต้องมีอุปกรณ์ จำนวนมากเพียงพอ  จึงควรใช้
ระบบดับเพลิงขั้นสูง จึงจะมีความปลอดภัย และมีประสิทธิภาพมากกว่า

1.4.3   ไฟไหม้ขั้นรุนแรง คือ  ระยะเวลาไฟไหม้ต่อเนื่องไปแล้ว เกิน 8 นาที และยังมีเชื้อเพลิงอีกมากมายอุณหภูมิจะสูง
มากกว่า  600  องศาเซลเซียส ไฟจะลุกลามขยายตัวไปทุกทิศทางอย่างรุนแรงและรวดเร็ว การดับเพลิงจะต้องใช้ผู้ที่ได้รับการฝึก
พร้อมอุปกรณ์ในการระงับเหตุขั้นรุนแรง


2).การป้องกันและระงับอัคคีภัย
เมื่อรู้ภยันตรายจากไฟไหม้แล้ว การป้องกันมิให้เกิด จะเป็นหนทางแรกที่ประชาชนทุกคน ควรเลือกปฏิบัติ ซึ่งการป้องกันนั้นมีหลักอยู่ว่า
1. กำจัดสาเหตุ
2. คุมเขตลุกลาม
3. ลดความสูญเสีย

“  ป้องกันอย่าให้เกิด คือสิ่งประเสริฐสุด ”

2.1).  กำจัดสาเหตุ    สาเหตุแห่งอัคคีภัย

1.1    ประมาท   ในการใช้เชื้อเพลิง การใช้ความร้อน การใช้ไฟฟ้า
1.2    อุบัติเหตุ    ทั้งโดยธรรมชาติ และเกิดจากมนุษย์
1.3    ติดต่อลุกลาม    การนำความร้อน การพาความร้อน การแผ่รังสีความร้อน
1.4    ลุกไหม้ขึ้นเอง   การทำปฏิกิริยาทางเคมี การหมักหมม อินทรีย์สารวางเพลิง  ทั้งทางตรง และ ทางอ้อม

2.2). คุมเขตลุกลาม  รีบระงับ ยับยั้งไฟ ด้วยการทำความเข้าใจในหลัก ตัวเลขรักษาชีวิต  “ 3 – 4 – 6 เดินชิดขวา  รักษาชีวิต “



เลข 3 คือ องค์ประกอบของไฟComponent of Fire

องค์ประกอบของไฟมี  3 อย่าง คือ

1.ออกซิเจน ( Oxygen )ไม่ต่ำกว่า 16 % (ในบรรยากาศ  ปกติจะมีออกซิเจนอยู่ประมาณ 21 %)

2.เชื้อเพลิง ( Fuel )  ส่วนที่เป็นไอ (เชื้อเพลิงไม่มีไอ ไฟไม่ติด)

3.ความร้อน ( Heat ) เพียงพอทำให้เกิดการลุกไหม้ไฟจะติดเมื่อองค์ประกอบครบ 3 อย่าง  ทำปฏิกิริยาทางเคมีต่อเนื่องเป็นลูกโซ่

( Chain Reaction )

การป้องกันไฟ    คือ การกำจัดองค์ประกอบขอไฟ

การดับไฟ          คือ การกำจัดองค์ประกอบของ ไฟ เช่นกัน

วิธีการดับไฟ       จึงมีอย่างน้อย  3  วิธี คือ

1.   ทำให้อับอากาศ ขาดออกซิเจน

2.   ตัดเชื้อเพลิง กำจัดเชื้อเพลิงให้หมดไป

3.   ลดความร้อน ทำให้เย็นตัวลง

*  และการตัดปฏิกิริยาลูกโซ่  *



เลข 4 คือ ประเภทของไฟ

Classification of Fire

ไฟมี 4 ประเภท คือ A B C D ซึ่งเป็นข้อกำหนดมาตรฐานสากล

ไฟประเภท เอ  มีสัญลักษณ์เป็น รูปตัว A สีขาวหรือดำ อยู่ในสามเหลี่ยมสีเขียวไฟประเภท A คือ ไฟที่เกิดจากเชื้อเพลิงที่มีลักษณะเป็นของแข็งเชื้อเพลิงธรรมดา เช่น ฟืน ฟาง ยาง ไม้ ผ้า กระดาษพลาสติก หนังสติ๊ก หนังสัตว์  ปอ  นุ่น  ด้าย  รวมทั้งตัวเราเองวิธีดับไฟประเภท A ที่ดีที่สุด คือ การลดความร้อน (Cooling) โดยใช้น้ำ

ไฟประเภท บี มีสัญลักษณ์เป็นรูปตัว B สีขาวหรือดำ อยู่ในรูปสี่เหลี่ยม สีแดงไฟประเภท B คือ ไฟที่เกิดจากเชื้อเพลิงที่มีลักษณะเป็นของเหลวและก๊าซเช่น น้ำมันทุกชนิด  แอลกอฮอล์ ทิเนอร์ ยางมะตอยจารบี   และก๊าซติดไฟทุกชนิด   เป็นต้นวิธีดับไฟประเภท B ที่ดีที่สุด คือ กำจัดออกซิเจน ทำให้อับอากาศ โดยคลุมดับ ใช้ผงเคมีแห้งใช้ฟองโฟมคลุม

ไฟประเภท ซี   มีสัญลักษณ์เป็นรูป C สีขาวหรือดำ อยู่ในวงกลมสีฟ้าไฟประเภท C คือ ไฟที่เกิดจากเชื้อเพลิงที่มีลักษณะเป็นของแข็งที่มีกระแสไฟฟ้าไหลอยู่ เช่นอุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิด การอาร์ค การสปาร์ควิธีดับไฟประเภท C ที่ดีที่สุด คือ ตัดกระแสไฟฟ้า แล้วจึงใช้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ หรือน้ำยาเหลวระเหยที่ไม่มี CFCไล่ออกซิเจนออกไป

ไฟประเภท ดี  มีสัญลักษณ์เป็นรูปตัว D สีขาวหรือดำ อยู่ในดาว 5 แฉก สีเหลืองไฟประเภท D คือไฟที่เกิดจากเชื้อเพลิงที่มีลักษณะเป็นโลหะและสารเคมีติดไฟ เช่น  วัตถุระเบิด,  ปุ๋ยยูเรีย(แอมโมเนียมไนเตรต)  , ผงแมกนีเซียม ฯลฯวิธีดับไฟประเภท D ที่ดีที่สุด คือ การทำให้อับอากาศ  หรือใช้สารเคมีเฉพาะ (ห้ามใช้น้ำเป็นอันขาด) ซึ่งต้องศึกษาหาข้อมูลแต่ละชนิดของสารเคมีหรือโลหะนั้นๆ

 



เลข 6 คือ เครื่องดับเพลิงแบบมือ

Portable Fire Extinguishers

เครื่องดับเพลิงแบบมือถือ (Portable Fire Extinguisher) หรืออาจเรียกว่าแบบยกหิ้ว มีประโยชน์ในการระงับไฟเบื้องต้น

ไม่ควรฉีดถ้าไม่เห็นแสงไฟ

เครื่องดับเพลิงมีมากกว่า 20 ชนิด แต่ควรรู้เป็นหลัก 6 ชนิด คือ

 

1. เครื่องดับเพลิงชนิดกรดโซดา ( Soda  Acid )หรือกรดชนิดอื่น( นิยมบรรจุในถังสีแดงไม่มีสาย ไม่มีคันบีบ )เวลาใช้  ต้องทำให้หลอดบรรจุกรดโซดาแตก ( โดยการทุบปุ่มเหนือถัง )  เพื่อทำปฏิริยากับน้ำเกิดแก๊สขับดัน ให้ถือถังคว่ำลง แล้วน้ำจะพุ่งผ่านหัวฉีดเข้าดับไฟ  ซึ่งยุ่งยากซับซ้อน  ตรวจสอบยาก ปัจจุบันไม่นิยมใช้ ไม่มีจำหน่ายในเมืองไทยแล้ว  แต่ในต่างประเทศยังมีใช้อยู่ใช้ดับไฟประเภท A อย่างเดียว

2. เครื่องดับเพลิงชนิดฟองโฟม ( Foam )หรือน้ำผสมสาร(Water Base)( นิยมบรรจุในถังอลูมิเนียมสีครีมหรือถังสแตนเลส มีหัวฉีดเป็นหัวฝักบัว(Water Base บรรจุถังสีเขียว )ในถังมีน้ำยาโฟมผสมกับน้ำแล้วอัดแรงดันไว้ (  นิยมใช้โฟม AFFF ) เวลาใช้ถอดสลักและบีบคันบีบ   แรงดันจะดันน้ำผสมกับโฟมผ่านหัวฉีดฝักบัว พ่นออกมาเป็นฟองกระจายไปปกคลุมบริเวณที่เกิดไฟไหม้ ทำให้อับอากาศขาดออกซิเจน และลดความร้อนถ้าเป็น"น้ำผสมสาร"Water Base"จะบรรจุน้ำผสมสารสังเคราะห์จากสมุนไพรบางชนิด มีคุณสมบัติในการควบคุมอุณหภูมิและไม่เป็นสื่อไฟฟ้า แต่การนำไปใช้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าอาจมีผลเสียจากน้ำในระยะยาวได้ใช้ดับไฟประเภท B และ A( Water base ดับไฟ  C ได้ )

3. เครื่องดับเพลิงชนิดน้ำสะสมแรงดัน ( Water Pressure )( นิยมบรรจุถังแสตนเลส ต่างประเทศบรรจุถังกันสนิมสีแดง)บรรจุน้ำอยู่ในถัง แล้วอัดแรงดันน้ำเข้าไว้ จึงเรียกว่า  น้ำสะสมแรงดันควรเป็นเครื่องดับเพลิงหลัก เนื่องจากวัตถุเชื้อเพลิงประเภท A อาทิ ฟืน ฟาง ยาง ไม้ ผ้า กระดาษพลาสติก หนังสติ๊ก หนังสัตว์  ปอ  นุ่น  ด้าย มีอยู่ทั่วไป และถ้าเป็นสถานประกอบการที่มีพนักงานเป็นจำนวนมาก สามารถนำมาฝึกสอนการดับเพลิงได้เอง เพียงเติมน้ำแล้วนำไปเติมลมตามปั้มน้ำมันทั่วไป สะดวก ประหยัด (ขอทราบรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สมาคมฯ FARA โทร.0816393529)ใช้ดับไฟประเภท A

4. เครื่องดับเพลิงชนิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์หรือซีโอทู (Carbondioxide)( นิยมบรรจุถังสีแดง  ต่างประเทศบรรจุถังสีดำ )บรรจุก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ไว้ในถังที่ทนแรงดันสูง   ประมาณ  800 ถึง1200 ปอนด์ ต่อตารางนิ้วที่ปลายสายฉีดจะมีลักษณะเป็นกระบอกหรือกรวย  เวลาฉีดจะมีเสียงดังเล็กน้อยพร้อมกับพ่นหมอกหิมะออกมาไล่ความร้อน และออกซิเจนออกไป   ควรใช้ภายในอาคารที่ต้องการความสะอาด โดยฉีดเข้าใกล้ฐานของไฟให้มากที่สุดประมาณ 1.5 – 2  เมตร   เมื่อใช้งานแล้วจะไม่มีสิ่งสกปรกหลงเหลือใช้ดับไฟประเภท C และ B

5. เครื่องดับเพลิงชนิดผงเคมีแห้ง ( Dry Chemical Powder )( นิยมบรรจุถังสีแดง ต่างประเทศบรรจุถังสีฟ้า )บรรจุผงเคมี ซึ่ง มีหลายชนิด หลายคุณภาพไว้ในถัง แล้วอัดแรงดันเข้าไป เวลาใช้ ผงเคมีจะถูกดันออกไปคลุมไฟทำให้อับอากาศ  และทำปฏิกริยาทางเคมี ควรใช้ภายนอกอาคาร เพราะผงเคมีเป็นฝุ่นละอองฟุ้งกระจายทำให้เกิดความสกปรก และเป็นอุปสรรคในการเข้าผจญเพลิง อาจทำให้อุปกรณ์ไฟฟ้าราคาแพง เสียหายได้ในโรงพยาบาลบริเวณพื้นที่ปลอดเชื้อ ห้ามใช้เด็ดขาดเพราะผงเคมีที่มีอณูที่เล็กมาก เป็นที่แฝงตัวของเชื้อโรค(แผนก IC ของโรงพยาบาล HA กรุณาตรวจสอบด้วย)ใช้ดับไฟได้ดีคือ ไฟประเภท Bผงเคมีไม่เป็นสื่อไฟฟ้า    สามารถดับไฟประเภท C ได้ (แต่อุปกรณ์ไฟฟ้าอาจเสียหาย)การดับไฟประเภท A ต้องมีความชำนาญและควรใช้น้ำดับถ่าน

 

6. เครื่องดับเพลิงชนิดน้ำยาเหลวระเหย ฮาโลตรอน ( Halotron )( นิยมบรรจุถังสีเขียว)แต่เดิมบรรจุน้ำยาเหลวระเหย ชนิด BCF Halon โบรโมคลอโร ไดฟลูออโร  ซึ่งเป็นสาร CFC ไว้ในถังสีเหลืองใช้ดับไฟได้ดีแต่มีสารพิษ   และในปัจจุบันองค์การสหประชาชาติ ประกาศให้เลิกผลิตพร้อมทั้งให้ทุกประเทศ ลดการใช้จนหมดสิ้น   เพราะเป็นสารที่ทำลายสิ่งแวดล้อมโลกบางประเทศเช่น ออสเตเลีย ถือว่าเป็นสิ่งผิดกฏหมาย: ปัจจุบันน้ำยาเหลวระเหยที่ไม่มีสาร CFC มีหลายยี่ห้อ และหลายชื่อใช้ดับไฟประเภท C และ B ส่วนไฟประเภท A ต้องมีความชำนาญ สามารถฉีดใช้ได้ไกลกว่าก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกไซด์ คือระยะ 3-4 เมตร




ประชาสัมพันธ์ความรู้ด้านความปลอดภัย

ความปลอดภัยในการใช้สารเคมี
การดูแลตัวเองเมื่อเกิดน้ำท่วม



Copyright © 2012 All Rights Reserved.

บริษัท ....................................................
ที่อยู่ :  เลขที่ ..........................................เขต :  ................. แขวง : ........................
จังหวัด :................     รหัสไปรษณีย์ : ..............
เบอร์โทร :  .................     มือถือ :  ......................
อีเมล : ..........................................................
เว็บไซต์ : ........................................................